ReadyPlanet.com
dot dot
ไมโครไฟเบอร์


สภาพแวดล้อมในสำนักงาน

สภาพแวดล้อมในสำนักงาน

Office Ergonomics คือ การศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนกับงานที่ทำอยู่ จุดมุ่งหมายเพื่อหาความถูกต้องที่เหมาะสมระหว่างบุคคลสภาพแวดล้อมของงาน และอุปกรณ์เครื่องมือในสำนักงาน โดยพิจารณาจากระบบความสัมพันธ์ทางกายภาพ สภาพแวดล้อมและจิตวิทยาทางสังคม ได้แก่

-ปัจจัยทางกายภาพ จะมีความเกี่ยวพันกันไม่เพียงแต่ขนาดพื้นที่ของสำนักงาน(Office) แต่จะรวมถึงท่าทางของบุคคลขณะปฏิบัติงานและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
-สภาพแวดล้อมจะรวมถึงแสงสว่างคุณภาพของอากาศและเสียง
-จิตวิทยาทางสังคมหรือปัจจัยด้านอารมณ์ ซึ่งจะรวมถึงความเครียดในการทำงานร่วมกันในหน่วยงานและเวลาพัก

การเจ็บป่วยที่มองไม่เห็น

เนื่องจากประสิทธิภาพของงานจะขึ้นอยู่กับความสะดวกสบายของบุคคลขณะทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องพิจารณาปัจจัยทางด้าน การละเลยความสะดวกสบายของบุคคลขณะทำงาน จะมักให้ประสิทธิภาพของงานที่ได้ต่ำกว่า   มาตรฐานโดยเฉลี่ยและจะนำมาซึ่งความเจ็บป่วยที่เกิดสะสมอย่างช้า(Repetitive Stress Injuries) โดยที่เราไม่สังเกต ซึ่งความเจ็บป่วยนี้บ่อยครั้งเกิดจากการเคลื่อนไหวและวางตำแหน่งสรีระในลักษณะที่ไม่ถูกต้องปัจจุบันพนักงานในสำนักงานใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยที่ใช้สายตา มือ และขาในการปฏิบัติงาน ในอนาคตประมาณว่า 90%ของพนักงานเหล่านี้จะใช้คอมพิวเตอร์ในจำนวนนี้ 42% จะใช้นานกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ความเสี่ยงของการเจ็บป่วยที่มาจากการเคลื่อนไหว และการวางตำแหน่งของสรีระที่ไม่เหมาะสมก็จะเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

การปรับปรุงอุปกรณ์สำนักงานต่างๆ ให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์

การปรับอุปกรณ์สำนักงานให้ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ เป็นวิธีการป้องกันอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเจ็บป่วย ซึ่งมีผลมาจากการเคลื่อนไหวและการวางตำแหน่งของสรีระในการทำงานไม่ถูกต้องโดยมีแนวทางการปรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้ถูกต้องดังนี้ คือ

1.เก้าอี้(Chair)
เก้าอี้ควรเป็นขนาดที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ขอบด้านหน้าของเบาะนั่งควรมีลักษณะโค้งเพื่อให้มีพื้นที่ว่างระหว่างด้านหน้าของเบาะกับด้านหลังของหัวเข่า ความสูงของเบาะและพนักพิงจะต้องปรับได้ สะโพก หัวเข่า ข้อเท้า ควรทำมุมอย่างน้อย 90 องศา พนักพิงจะต้องสัมผัสกับแผ่นหลังโดยสมบูรณ์ และที่เท้าแขนสามารถช่วยพยุงแขนขณะใช้คีย์บอร์ด

2.มอนิเตอร์(Monitor)
ควรอยู่ตำแหน่งตรงหน้าผู้ใช้ ห่างจากผู้ใช้อย่างน้อย 16 นิ้ว จอควรอยู่ระดับเดียวกันหรือต่ำกว่าระดับสายตา และสามารถปรับความสูงมอนิเตอร์ได้ด้วยแท่นวางปรับมุมเงยของมอนิเตอร์เพื่อลดแสงจ้าหรือแสงสะท้อนจากดวงไฟเหนือศีรษะหรือหน้าต่าง และควรใช้จอกรองแสงเพื่อป้องกันแสงจ้าและรังสี

3.คีย์บอร์ดและเมาส์(Keyboard and Mouse)
วางตำแหน่งของคีย์บอร์ดและเมาส์ในระยะห่างและความสูงที่พอเหมาะ ปล่อยแขนตามธรรมชาติ และให้ข้อศอกอยู่ใกล้ตัว ซึ่งจะช่วยให้เกิดมุมที่เหมาะสมระหว่างข้อศอกและข้อมือ

4.ถาดวางคีย์บอร์ดและเมาส์(Keyboard/MouseTrays)
มั่นคงแข็งแรงและปรับได้ในหลายลักษณะของการใช้งานที่เหมาะสมแต่ยังคงรักษาให้ข้อมืออยู่ในตำแหน่งกลางและสามารถวางที่พักข้อมือได้

5. แป้นหนีบเอกสาร (Document Holder)
จะต้องอยู่ระดับเดียวกันและใกล้จอคอมพิวเตอร์ให้มากที่สุดจะช่วยให้คออยู่ในตำแหน่งตั้งตรงซึ่งจะช่วยลดการเคลื่อนไหวของศีรษะและลดความเครียดของกล้ามเนื้อตา

6.ที่พักข้อมือ(Wrist Rest)
จะต้องปราศจากขอบที่แข็งหรือคม หน้ากว้างเพียงพอแก่การพยุงข้อมือและฝ่ามือ

7. ที่วางเท้า (Foot Rest)
มั่นคงแข็งแรง ปรับได้ทั้งความสูง ไม่ลื่น และใหญ่เพียงพอที่จะให้ความสะดวกสบายขณะวางเท้า

8. โคมไฟ (Task Light)
ให้แสงสว่างที่พอเพียงแก่เอกสาร โดยปราศจากแสงจ้าบนเอกสารหรือบนจอคอมพิวเตอร์  มั่นคงแข็งแรง ปรับได้ทั้งความสูง ไม่ลื่น และใหญ่เพียงพอที่จะให้ความสะดวกสบายขณะวางเท้า จะต้องปราศจากขอบที่แข็งหรือคม หน้ากว้างเพียงพอแก่การพยุงข้อมือและฝ่ามือ

 

กลับสู่หน้าเดิม

วิธีประหยัดพลังงานในสำนักงาน

วิธีประหยัดพลังงานในสำนักงาน

การประหยัดพลังงานในสำนักงานเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยลดต้นทุนขององค์กรลง และแหล่งพลังงานในสำนักงานที่จะต้องช่วยกันดูแลและประหยัด มีอยู่ 3 ส่วนสำคัญ คือ

1. ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ
2. ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง
3. อุปกรณ์อื่นๆ

ระบบปรับอากาศและระบบระบายอากาศ

1. ลดชั่วโมงการทำงานของระบบปรับอากาศและระบายอากาศ

-   ปิดเครื่องทำน้ำเย็นก่อนเวลาเลิกงาน 15-30 นาที
-   ปิดเครื่องส่งลมเย็น หรือเครื่องปรับอากาศแบบชุดในเวลาพักเที่ยง
-   ปิดพัดลมระบายอากาศในห้องน้ำหลังเลิกงานและวันหยุด
-   ปรับตั้งอุณหภูมิของตัวควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม ดังนี้
-   ตั้งอุณหภูมิที่ 78 องศาฟาร์เรนไฮต์ (25 องศาเซลเซียส) ในบริเวณที่ทำงานทั่วไป
-   ตั้งอุณหภูมิที่ 75 องศาฟาร์เรนไฮต์ (24 องศาเซลเซียส) ในบริเวณพื้นที่ใกล้หน้าต่าง กระจก
-   ตั้งอุณหภูมิที่ 72 องศาฟาร์เรนไฮต์ (22 องศาเซลเซียส) ในห้องคอมพิวเตอร์
-   ควรเพิ่มอุณหภูมิทุกๆ 1 องศาฟาร์เรนไฮต์ จะช่วยประหยัดพลังงานประมาณร้อยละ 10 ของเครื่องปรับอากาศ
-   ในกรณีที่มีเครื่องทำน้ำเย็นติดตั้งแบบขนานกันหลายเครื่อง ไม่ควรเดินเครื่องทำน้ำเย็นเป็นเครื่องสำรอง และควรเปิดวาล์วน้ำเย็นและน้ำหล่อเย็นที่เข้าและออกจากเครื่องทำน้ำเย็นสำรอง
-   ควรบำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ และควรตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ ทำความสะอาดและตรวจสอบรอยรั่วตามขอบกระจกและผนังทุกๆ 3-6 เดือน

2.  ปรับปรุงในส่วนระบบน้ำหล่อเย็น ดังนี้

-   ควรเลือกเครื่องทำน้ำเย็นที่มีประสิทธิภาพสูงและเลือกจำนวนเครื่องให้ทำงานได้ค่าประสิทธิภาพสูงที่ภาระสูงสุด (เครื่องสามารถให้พลังงานสูงสุดเท่าใด / ค่ากิโลวัตต์ต่อตัน) และภาระต่ำสุด (เครื่องสามารถให้พลังงานต่ำสุดเท่าใด /ค่ากิโลวัตต์ต่อตัน
-   ติดตั้งเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กแบบแยกส่วนที่มีค่า EER' สูง (เบอร์ 5) สำหรับบริเวณที่มีการทำงานในช่วงเย็นหรือในวันหยุด
-   ปรับปรุงฉนวนท่อน้ำเย็น เพื่อลดความร้อนที่ถ่ายเทเข้าสู่น้ำเย็น ซึ่งช่วยให้เครื่องทำน้ำเย็นใช้ไฟฟ้าลดลง

3. ปรับปรุงในส่วนระบบส่งลมเย็น โดย

-  ใช้ตัวควบคุมอุณหภูมิชนิด อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความแม่นยำในการควบคุมอุณหภูมิ
-  ใช้แผงอากาศประสิทธิภาพสูงเพื่อช่วยลดความสกปรกที่ขดน้ำเย็น
-  ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจสอบค่าคาร์บอนไดออกไซด์ภายในที่ทำงาน เพื่อควบคุมช่องระบาย   อากาศภายนอก ไม่ให้เข้ามาในอาคารมากเกินไป

4.  ใช้อุปกรณ์ควบคุมปริมาณลม พร้อมกับติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์พัดลมของเครื่องส่งลมเย็น

-  กำหนดชั่วโมงทำงานของระบบปรับอากาศได้ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ คือ สามารถเปิดปิดอุปกรณ์ตามเวลาที่กำหนดได้
-  เก็บบันทึกรายงานสถานการณ์ใช้งานของระบบปรับอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ปรับปรุง การทำงานของระบบปรับอากาศให้มีประสิทธิภาพ
-  สามารถควบคุมการทำงานขอปรับอากาศในระยะไกล จากหน้าจอคอมพิวเตอร์

ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง

1. ปิดไฟในเวลาพักเที่ยงหรือเมื่อเลิกใช้งาน
2. ถอดหลอดไฟในบริเวณที่มีความสว่างมากเกินความจำเป็น รวมทั้งบัลลาสต์และสตาร์ทเตอร์
3. บำรุงรักษาอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การตรวจสอบการทำงานและความสว่าง ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอทุก 3 - 6 เดือน  เลือกใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ได้แก่
-   หลอดที่มีประสิทธิภาพสูงเช่น หลอดฟลูออเรสเซนต์ 18 วัตต์ และ 36 วัตต์ชนิดไตรฟอสฟอร์ หลอดดังกล่าวจะให้แสงสว่างมากกว่าหลอดผอมธรรมดาถึงร้อยละ 30 แต่ใช้ไฟฟ้าเท่าเดิม
-   ใช้หลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ แทนหลอดไส้
-   ใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิคส์แทนบัลลาสต์ชนิดขดลวดแกนเหล็ก วิธีนี้จะทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงจาก 10 วัตต์เหลือเพียง 1-2 วัตต์ นอกจากนี้ ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของหลอดไฟถึง 2 เท่า
-  ใช้โคมไฟประสิทธิภาพสูง วิธีนี้จะช่วยลดจำนวนหลอดไฟจาก 4 หลอดเหลือ 2 หลอดโดย   ที่ความสว่างยังคงเดิม
 
4. ปรับปรุงระบบแสงสว่าง ได้แก่

-  ติดตั้งสวิตซ์ไฟเพื่อความสะดวกในการเปิด-ปิด และ ควรแยกสวิตช์ควบคุมเป็นแถว ไม่ควรใช้สวิตซ์ตัวเดียวควบคุมการเปิด-ปิดทั้งชั้น
-  ควรติดตั้งไฟฟ้าให้แสงสว่างเฉพาะที่เท่านั้น
-  ใช้แสงธรรมชาติช่วยในบริเวณระเบียงทางเดินและ บริเวณที่ทำงานริมหน้าต่าง
 
5. ใช้ระบบควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ ได้แก่

-   ใช้อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว เพื่อเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ เช่น ห้องประชุม และห้องผู้บริหาร
-   ใช้อุปกรณ์ควบคุมการเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติตามเวลา เช่น บริเวณที่ทำงานทางออกและ ห้องน้ำ
-   ใช้อุปกรณ์หรี่แสง เช่น บริเวณที่ทำงานริมหน้าต่าง อุปกรณ์อื่นๆ
-   ใช้ไฟฟ้าประมาณร้อยละ 15 ของการใช้พลังงานทั้งหมดของอาคาร ได้แก่

อุปกรณ์สำนักงาน

อุปกรณ์สำนักงาน ได้แก่ คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องถ่ายเอกสาร สามารถควบคุมการใช้เพื่อประหยัดพลังงาน ดังนี้

• ปิดเครื่องหลังเลิกงาน
• ปิดจอภาพในเวลาพักเที่ยง
• ซื้อเฉพาะอุปกรณ์สำนักงานที่มีสัญลักษณ์ Energy Star
• ซื้อจอภาพที่เหมาะสม
• เลือกเครื่องพิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสารที่มีระบบถ่ายสองหน้า ซึ่งจะช่วยประหยัดกระดาษ

 

กลับสู่หน้าเดิม

 

เคล็ดลับและมารยาทในการทำงาน

เคล็ดลับและมารยาทในการทำงาน

กฎกติกา มารยาทของคนทำงานมืออาชีพ และเทคนิคและไอเดียเพื่อสาวทำงานคนเก่ง สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานอาจรู้สึกเป็นกังวลกับบทบาทใหม่ สถานที่และผู้คนที่แปลกใหม่ 

ในวันแรกของการทำงานการแต่งกายที่สร้างความรู้สึกที่ดีนั้นนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งผู้หญิงและ ผู้ชายควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูสะอาด เรียบร้อย เมื่อเข้าทำงานใหม่ ๆ ควรแต่งกายให้กลมกลืนกับคนรอบข้าง สำหรับผู้ชายควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูเป็นทางการ และสำหรับผู้หญิงไม่เพียงแต่คำนึงถึงเรื่องเสื้อผ้าเท่านั้น ควรใส่ใจทรงผม และการแต่งหน้าด้วย การแต่งหน้าควรแต่งให้เป็นธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงความคล่องตัวในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เมื่อแต่งกายอย่างเหมาะสมแล้วก็จะทำให้ เริ่มต้นทำงานได้อย่างมั่นใจต่อไป

การสร้างความประทับใจเมื่อพบกันครั้งแรกก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน การทักทายเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งการเรียกชื่อและตำแหน่งอย่างถูกต้องเป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอย่างยิ่ง แสดงความเคารพซึ่งสังคมไทยที่มีวัฒนธรรมการไหว้เป็นเอกลักษณ์ เพราะหลักพื้นฐานของการทักทาย คือ การแสดงความเคารพด้วยความจริงใจ คนไทยมักกล่าวทักทายด้วยคำว่า “สวัสดี” และผู้น้อยจะยกมือไหว้ผู้ที่อาวุโสกว่า คนญี่ปุ่นก็เช่นกัน จะกล่าวคำว่า “สวัสดี” พร้อมกับโค้งคำนับทักทายกัน

นอกจากนี้ ปัญหาที่ผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานมักประสบ คือ การใช้โทรศัพท์และแฟกซ์
คนทำงานบางคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องใช้ในสำนักงาน รวมทั้งมารยาทต่าง ๆ ในการติดต่องาน หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้มากยิ่งขึ้น การใช้โทรศัพท์และการรับโทรศัพท์นั้น  หากเราเป็นผู้ติดต่อไปให้บอกชื่อตนเองก่อนเป็นลำดับแรก แล้วจึงบอกธุระที่ต้องการคุย และถามคู่สนทนา ด้วยว่าสะดวกคุยโทรศัพท์ตอนนี้หรือไม่ และหลังจากคุยธุระเสร็จสิ้นแล้วนั้นให้ทวนรายละเอียดอีกครั้ง แล้วจึงกล่าวคำว่า “สวัสดี” ก่อนวางสายไป ในกรณีที่มีการโอนสายหรือให้คู่สนทนาต้องรอให้กล่าวขอโทษผู้รอ เพราะการที่ต้องรอฟังเพลงรอสายนั้นถือว่าเป็นเวลายาวนาน

หลักทั่วไปของการส่งแฟกซ์ คือ เขียนชื่อผู้ส่ง ชื่อผู้รับ จำนวนหน้าเอกสาร และหมายเลขติดต่อของผู้ส่งลงในเอกสารที่ส่งแฟกซ์เป็นใบปะหน้าแฟกซ์ไปด้วย และไม่ควรส่งแฟกซ์เป็นจำนวนมาก ๆ รวมถึงข้อความที่เป็นความลับหรือข้อความส่วนตัว เนื่องจากอาจมีโอกาสที่คนอื่นจะเห็นแฟกซ์ได้ ทั้งก่อนและหลังแฟกซ์นั้นควรโทรศัพท์แจ้งให้ผู้รับทราบ และควรส่งแฟกซ์เฉพาะเวลาทำงานจะสะดวกกว่า

เคล็ดลับและมารยาทต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ผู้อ่านทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากต้องการให้การทำงานสนุกมากขึ้น รวมทั้งต้องการลดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและคนรอบข้างด้วยแล้ว หนังสือเล่มนี้จะช่วยคุณได้อย่างแน่นอน และความสุขใน การทำงานก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

 

กลับสู่หน้าเดิม

การทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์

เคล็ดลับการทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ 
 
การดูแลรักษาความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีเคล็ดลับดังต่อไปนี้
 
1.ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
2.อย่าใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ใช้ผ้าแห้งดีกว่า
3.อย่าใช้สบู่ น้ำยาทำความสะอาดใด ๆ กับคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระบบเกิดความเสียหาย
4.ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
5.ไม่ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ
6.ถ้าคุณจำเป็นต้องทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรดใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด ที่คู่มือแนะนำไว้เท่านั้น
7.ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
8.ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

ดังนั้น เพื่อให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน และลดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดได้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการเรียนรู้และศึกษาวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง และเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น จึงขอสรุปเป็นหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

ฝุ่นละออง หลีกเลี่ยงการติดตั้งคอมพิวเตอร์ในบริเวณที่มีฝุ่น ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ควรเปิดเครื่องมาทำความสะอาดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทั้งนี้ขึ้นกับสถานที่นั้นๆ)

ความร้อน  เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์รวน และแฮงค์ ได้ง่าย ๆ ควรติดตั้งให้ห่างกำแพงอย่างน้อย 15 ซม. และทางที่ดีควรติดตั้งในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ (คอมพิวเตอร์บางรุ่นจะมีโปรแกรมในการตรวจสอบความร้อนของเครื่อง ถ้าร้อนเกินไป โปรแกรมจะชะลอการทำงานของเครื่อง บางครั้งอาจมีการสั่งให้เครื่องปิดทันที)

น้ำ ความชื้น ตัวการที่ทำให้คอมพิวเตอร์เสียหายอย่างรุนแรง

ไวรัส ปัญหาที่มักมาจากการใช้งาน อีเมล์ และอินเทอร์เน็ต

ถอดถอนโปรแกรมที่ไม่จำเป็นออก เพื่อเพิ่มพื้นที่ของที่เก็บข้อมูล

Updated โปรแกรม Windows, Anti-Virus อย่างสม่ำเสมอ ถ้าให้ดี ควรติดตั้งโปรแกรมประเภท Firewall

สำรองข้อมูล เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลอันมีค่าของคุณ การสำรองข้อมูลอาจสำรองในฮาร์ดดิสก์คนละลูก (ถ้ามี) หรืออาจสำรองลงสื่อภายนอก เช่น CD-RW, Tape เป็นต้น (การสำรองอาจสำรองโดยการแบ่งออกเป็นวันคู่ วันคี่ หรือแยกออกเป็นวันจันทร์ - อาทิตย์ เป็นต้น)

พื้นที่เก็บข้อมูล หรือ ฮาร์ดดิสก์ ควรมีการตรวจสอบพื้นที่ในการทำงานของ harddisk โดยเริ่มด้วยการใช้โปรแกรม Disk Cleanup, Scandisk และ Disk Defragmenter ซึ่งมีผลทำให้เครื่องคอมฯ ทำงานได้ดีและเร็วขึ้น

 

กลับสู่หน้าเดิม

แรงจูงใจในการทำงาน

แรงจูงใจในการทำงาน

แรงจูงใจในการทำงาน เป็นสิ่งประกอบสำคัญที่ทำให้การทำงานมีความสุข ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะผลักดันให้งานสำเร็จ แรงจูงใจในการทำงาน มีดังต่อไปนี้
 
1. ขวัญและกำลังใจในการทำงาน หมายถึง ความรัก ความศรัทธา ในอาชีพ ความพึงพอใจในงานที่ทำ อาจจะเกิดจากค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ได้รับ หรือเกิดจากความมุ่งหวังในการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น ตลอดจนความมั่นคงในอาชีพบุคคลที่มีขวัญและกำลังใจในการทำงานที่ดี จะส่งผลต่อความสำเร็จและมีผลงานที่ดีด้วย

2. การเผยแพร่และการแสดงผลงาน เป็นแรงจูงใจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง เพราะจะทำให้บุคคลมีความภูมิใจ มั่นใจในความสามารถของตน ทั้งยังจะได้รับการยอมรับจากบุคคลทั่วไป มีชื่อเสียงจากการเผยแพร่ผลงานที่ดีเด่น จะเป็นสิ่งจูงใจให้บุคคลอยากทำงาน ทำงานแล้วมีความสุข ดังนั้น ทุกหน่วยงานควรมีการเผยแพร่ผลงานดีเด่นของทุกคนในหน่วยงาน เพื่อเสริมแรงจูงใจในการทำงานให้ดีขึ้น

3. ความสัมพันธ์ของคนในหน่วยงาน เป็นแรงจูงใจให้บุคคลอยากทำงาน กล่าวคือ ทั้งผู้บริหารและสมาชิกในหน่วยงานเข้าใจกันดี ไม่ลำบากใจ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ ทุกคนช่วยเหลือกัน การทำงานก็จะมีความสุข ธนกร บันทึกการเข้า .วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงาน

วิธีสร้างแรงจูงใจในการทำงาน มีวิธีดังนี้

1. สร้างเจตคติที่ดีในการทำงาน มีการวางแผนงานร่วมกัน
2. มีมาตรฐานวัดความสำเร็จในการปฏิบัติงาน มีเครื่องมือวัดผลงาน
3. ให้บำเหน็จค่าจ้างรางวัลอย่างคุ้มค่าเหมาะสม
4. ให้การยอมรับแก่สมาชิกโดยการสร้างความสัมพันธ์ฉันเพื่อนอยู่อย่างพี่น้อง
5. ให้ค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม เหมาะสมกับผลงาน
6. จัดสวัสดิการที่ดี
7. สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีการพบปะสังสรรค์ติดต่อสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ

สิ่งจูงใจให้คนพอใจในการทำงาน มี 5 ประการ ดังนี้

1. งานสำเร็จลุล่วงด้วยดี
2. ถ้อยทีถ้อยอาศัย
3. สุขใจกับงานที่ปฏิบัติ
4. เร่งรัดและรับผิดชอบ
5. ผลตอบแทนคือความก้าวหน้า

บรรยากาศในการทำงาน
 
บรรยากาศในการทำงาน หมายถึง สภาพแวดล้อมโดยทั่วไป เช่น อาคารสถานที่ ห้องทำงาน วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง จะต้องมีสภาพที่สบายกายสบายใจในการทำงาน การทำงานก็จะมีความสุข ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องต่อไปนี้

1. สถานที่ทำงาน

สถานที่ทำงานเป็นสิ่งประกอบที่ทำให้การทำงานมีความสุข เพราะสถานที่ทำงานสามารถบ่งบอกถึงภารกิจและความมั่นคงของหน่วยงาน การจัดและตกแต่งสถานที่ทำงานให้สะอาด ร่มรื่น สวยงาม จะเป็นการสร้างบรรยากาศ ให้คนในหน่วยงานมีความสบายใจ อยากทำงาน โดยเฉพาะงานธุรกิจเอกชน มักจะเน้นหนักในเรื่องอาคารสำนักงาน เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคง อันดับแรกของหน่วยงาน ลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการก็จะเกิดความมั่นใจและเต็มใจใช้บริการ สถานที่ทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมบรรยากาศในหน่วยงาน

2. ภารกิจหรืองานที่ทำ

ภารกิจหรืองานหลักของหน่วยงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างบรรยากาศ ในหน่วยงาน ลักษณะของงานที่ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดีในหน่วยงานมีลักษณะ ดังนี้

2.1 มีความชัดเจนในภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งชัดเจนในผลตอบ แทนที่เป็นรูปธรรม เช่น ผลตอบแทนในเรื่องของกำไรหรือขาดทุน
2.2 มีความต่อเนื่อง หมายถึง งานที่ทำต้องต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วงตอน มีงานทำอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้การทำงานมีชีวิตชีวา
2.3 มีความมั่นคงซึ่งเป็นหลักประกันให้บุคคลในหน่วยงานมีความรู้สึกว่างานอาชีพของเขาจะช่วย ให้เขามีความสุขได้ตลอดชีวิต และเขาได้รับความเป็นธรรมจากงานที่เขาทำ

3. เพื่อนร่วมงาน 
 
เพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งประกอบที่สำคัญในการทำงานให้มีความสุข โดยเฉพาะบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน จะบ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีหรือความขัดแย้ง ได้อย่างชัดเจน การสร้างบรรยากาศในหน่วยงานเรื่องของเพื่อนร่วมงานจึงควรมีวิธีการ ดังนี้
    3.1 การจัดกิจกรรมนันทนาการ
    3.2 การทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่
    3.3 การเยี่ยมครอบครัว
    3.4 การประชุมสัมมนา
    3.5 กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
    3.6 การสรุปผลงาน

เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงาน 
 
เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงานเป็นสิ่งประกอบสำคัญที่ทำให้การทำงาน มีความสุข การทำงานจะมีความสะดวกรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ในหน่วยงานทุก องค์กรควรมีเครื่องอำนวยความสะดวกดังต่อไปนี้

1. เครื่องทุนแรง หมายถึง เครื่องมือทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วย ผ่อนแรงในการทำงาน เช่น เครื่องจักรกล เครื่องใช้ในสำนักงานเครื่องไฟฟ้าทุกชนิด

2. เครื่องอำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงาน เช่น รถจักรยานยนต์ รถยนต์ วิทยุมือถือ โทรศัพท์ โทรสาร ฯลฯ

3. เครื่องอำนวยความสะดวกด้านวิชาการ หมายถึง จัดให้มีเอกสาร แบบพิมพ์ที่เป็นความรู้ทางวิชาการ รวมถึงการจัดมุมหนังสือ ห้องสมุด ห้องทดลอง ห้องปฏิบัติการ โดยจัดให้มีเครื่องอำนวยความสะดวกพร้อมทุกอย่าง เช่น คอมพิวเตอร์

4. เครื่องอำนวยความสะดวกด้านอื่น ๆ เช่น การจัดให้มีห้องน้ำสะอาด มีที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่บริการน้ำดื่มและเครื่องดื่มที่จำเป็น รวมถึงที่จอดรถ  

การบริการด้านไปรษณีย์โทรเลข ธนาคาร ฯลฯ ตามความเหมาะสม เครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงาน หรือเครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น เพราะความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่ไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นผลผลิตจากพลังสมองของมนุษย์ งานทุกสาขาอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนจะเห็นความสำคัญของเครื่องอำนวยความสะดวกทุกด้าน ดังนั้น การทำงานให้ประสบความสำเร็จควรจะต้องใช้เครื่องอำนวยความสะดวกให้มากขึ้น


 

กลับสู่หน้าเดิม

หน้า 1/4
1 2 3 4  [ถัดไป]
[Go to top]



dot
โปรแกรมบริการทำความสะอาดของ SPS
dot
bulletทำความสะอาด อาคาร สำนักงาน อาคารพาณิชย์ สถานที่ราชการ
bulletทำความสะอาด ขัดพื้น ล้างพื้น เคลือบผิว ลงแว็กซ์
bulletทำความสะอาด บ้าน ที่พักอาศัย
bulletทำความสะอาด โรงงาน
bulletทำความสะอาด ภัตตาคาร ร้านอาหาร บาร์
bulletทำความสะอาด ศูนย์การค้า
bulletทำความสะอาด Final Cleaning - ก่อนส่งมอบ
bulletBig Cleaning ทำความสะอาดครั้งใหญ่ประจำไตรมาส ประจำปี
bulletทำความสะอาด คอนโด อพาร์ทเมนต์
bulletทำความสะอาดกระจก หน้าต่าง อาคารจอดรถ
bulletทำความสะอาด โรงเรียน สถาบันการศึกษา
bulletทำความสะอาด โรงภาพยนต์ หอประชุมสัมนาจัดเลี้ยง
bulletทำความสะอาด โรงพยาบาล คลีนิค
bulletทำความสะอาด ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องน้ำ
dot
มารยาทของพนักงานทำความสะอาด SPS
dot
bulletมารยาทของพนักงานทำความสะอาด SPS
dot
สาระน่ารู้เกี่ยวกับการทำความสะอาด
dot
bulletการดูแลรักษาทำความสะอาดพื้นผิวของหินอ่อนและหินแกรนิต
bulletการบำรุงรักษาทำความสะอาดหินอ่อนอัดหรือหินเทียม
bulletการบำรุงรักษาทำความสะอาดหินแกรนิตอัด และหินควอทซ์อัด
bulletวิธีการดูแลรักษาทำความสะอาดพื้นไม้ลามิเนต
bulletวิธีล้างทำความสะอาดกระจกหน้าต่าง
bulletทำความสะอาดกำจัดจุดด่างบนพรม
bulletวิธีรักษาทำความสะอาดห้องน้ำ
bulletวิธีการล้างทำความสะอาดมืออย่างถูกต้อง
bulletวิธีทำความสะอาดเครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์
bulletวิธีทำความสะอาดกระเบื้องเซรามิค
bulletการดูแลรักษา และทำความสะอาดไม้พื้นปาร์เก้
bulletการดูแลรักษาทำความสะอาดพื้นหินขัด
bulletวิธีทำความสะอาดสแตนเลส
bulletวิธีรักษาทำความสะอาดปราศจากสิ่งก่อภูมิแพ้
bulletทำความสะอาดผ้าขี้ริ้วเช็ดครัว
bulletวิธีทำความสะอาดล้างพื้นปูน เมื่อมีคราบสีดำ
bulletวิธีทำความสะอาดผ้าม่าน
bulletวิธีเช็ดกระจกเงาให้สะอาด
bulletวิธีทำความสะอาดโคมไฟแก้ว
bulletทำความสะอาดบ้านโดยมืออาชีพ
dot
โลกสีเขียว - Green World
dot
bulletทำความสะอาดโลกหยุดโลกร้อน
bulletวิธีทำน้ำสกปรกให้สะอาดด้วยเมล็ดมะรุมบด
bullet100 เคล็ดลับทำความสะอาดประจำบ้าน-ภาค 1
bullet100 เคล็ดลับทำความสะอาดประจำบ้าน-ภาค 2
bullet100 เคล็ดลับทำความสะอาดประจำบ้าน-ภาค 3
bulletวิธีล้างทำความสะอาดผักให้ปลอดสารพิษ
bulletวิธีทำธุรกิจทำความสะอาดอย่างโลกสีเขียว
bullet5 วิธีทำความสะอาดอย่างถูกอนามัย
dot
ข่าวจากสื่อพิมพ์ต่างๆ
dot
bulletเดลินิวส์
bulletไทยรัฐ
bulletมติชน
bulletผู้จัดการ
bulletทีวีพูล
bulletpantip.com
bulletsanook.com
bulletGoogle
bulletEasy Links
dot
แนะนำเว็บไซท์พระพุทธศาสนา
dot
bulletรวบรวบเว็บไซท์ของวัดและสถานปฏิบัติธรรม
dot
กระทู้ เว็บบอร์ด ความคิดเห็น
dot
bulletกระทู้ และ เว็บบอรด์
dot
กรูณาใส่ที่อยู่อีเมลของท่านสำหรับจุลสารและของชำร่วย

dot




Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ซัคเซสพลัส โปรเฟสชันนอล เซอร์วิส (SPS)
ที่อยู่ :  เลขที่ 111/176 หมู่9 ตำบล :  บางพูด อำเภอ : ปากเกร็ด
จังหวัด :นนทบุรี      รหัสไปรษณีย์ : 11120
เบอร์โทร :  02-5823062-3      มือถือ :  0827962462
อีเมล : successplus@live.com
เว็บไซต์ : www.successplus.com

 

โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน

Search Engine Optimization and SEO Tools
web directory Business and Health Directory SCM Business Directory
electric
Visitors : 52742Ready Website Service